นินจา นักรบฝีมือฉกาจแห่งแดนซากุระ

Ninja

ภาพนักสู้ญี่ปุ่นในภาพยนต์ที่ชื่อว่า นินจา เป็นนักสู้ที่เก่งกาจ มีความรวดเร็วว่องไว ไปไหนไร้เสียง มีความฉับไวและเด็ดขาด จนหลายท่านอาจสงสัยว่ามีเพียงแต่ในภาพยนตร์หรือว่ามีอยู่จริง วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

นินจา เป็นนักสู้จากประเทศญี่ปุ่นที่มีตัวตนจริง ถือกำเนิดขึ้นในราวคริสศตวรรษที่ 6 ขณะนั้นพุทธศาสนากำลังเจริญรุ่งเรือง ทำให้จักรพรรดิญี่ปุ่นเกิดความสนใจและเลื่อมใส่จึงได้ส่งศาสนทูตไปเรียนรู้ศาสนาเพื่อกลับมาเผยแพร่ในประเทศตน ซึ่งนอกจากความโด่งดังทางพระธรรมคัมภีร์แล้ว อีกหนึ่งของความโด่งดังในประเทศจีนคือ ศิลปะการต่อสู้ของวัดเส้าหลิน ซึ่งศาสนาทูตก็สนใจและได้ศึกษาฝึกฝนมาด้วย ด้วยเวลาอันจำกัดจึงไม่ได้เรียนรู้ล้ำลึกถึงขั้นสูง แต่ก็ได้แนวทางการใช้อาวุธ การเคลื่อนไหว การฝึกฝนกล้ามเนื้อ แล้วนำมาประยุกต์ใช้เป็นศิลปะการต่อสู้ของตนที่เรียกว่า นินจา นั่นเอง

เมื่อศาสนทูตเหล่านั้นกลับมาก็มีการฝึกฝนและถ่ายทอดให้กับประชาชนผู้สนใจ อีกทั้งช่วงเวลานั้นประเทศญี่ปุ่นเต็มไปด้วยสงครามและความวุ่นวาย จึงทำให้ผู้คนสนใจเข้าเรียนวิชานินจานี้กันจำนวนมากเพื่อเป็นการป้องกันตัว แต่หลังจากนั้นก็มีบางคนที่ได้เข้าเรียนไปแล้วเกิดนำไปประยุกต์ให้เป็นวิชาการต่อสู้เพื่อจุดประสงค์อื่น เช่น สายลับ ซึ่งวิชานินจานี้สามารถจัดการเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วแม่นยำและเงียบเชียบ จนเกิดการตั้งสำนักสอนวิชานินจาขึ้นราวต้นคริสศตวรรษที่ 12 ที่เรียกว่าสำนักวิชานินจัตสึ ที่จังหวัดอิกะ เมืองเกียวโต ซึ่งถือได้ว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งวิชานินจาเป็นที่แรก

ความพิเศษของนักรบนินจาก็คือ มีแนวคิดการต่อสู้ที่พยายามหลบซ่อนไม่ให้คู่ต่อสู้เห็นตัวและไม่ให้เห็นร่องรอย ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบคู่ต่อสู้ และที่เห็นว่านินจาสามารถไต่กำแพงได้อย่างรวดเร็วนั่นก็เป็นเรื่องจริง เพราะเขาเหล่านั้นมีอุปกรณ์พิเศษที่มีลักษณะคล้ายสนับมือที่มีตะขอติดอยู่ ทำให้ดึงตัวขึ้นกำแพงได้ง่ายและเร็วขึ้น อีกทั้งยังสามารถนำมาเป็นอาวุธในการต่อสู้และเป็นเกาะป้องกันตัวได้อีกด้วย นอกจากนั้นนินจายังมีอาวุธพิเศษต่าง ๆ ที่มีขนาดเล็กแต่มีพิษสงร้ายกาย สามารถพกติดตัวได้ง่าย เช่น ดาวกระจายที่ลักษณะมีคมทุกด้าน เคียว โซ่ ดาบสั้น เป็นต้น

หลังจากราวคริสศตวรรษที่ 16 ประเทศญี่ปุ่นเกิดยุคแห่งการช่วงชิงอำนาจขึ้น ว่ากันว่าเบื้องหลังของการช่วงชิงอำนาจมาจากขบวนการนินจาอันมีประสิทธิภาพ จนทำให้ยึดอำนาจได้สำเร็จ ยุคนั้นนินจาถือได้ว่าก้าวสู่จุดสูงสุด

จากนั้นมาชื่อเสียงของนินจาได้เลื่องลือไปทั่ว ซึ่งชื่อเสียงที่มาพร้อมความอันตรายนี้ทำให้โชกุนที่เป็นผู้นำในยุคนี้เกรงว่านินจานี้จะนำอันตรายมาสู่พวกเขา จึงเกิดแนวความคิดที่จะทำลายล้างเหล่านักรบนินจานี้เสียงให้สิ้น จนกระทั่งปี 1986 ประเทศตะวันตกได้เข้ามามีบทบาทในญี่ปุ่นมากขึ้น เทคโนโลยีการต่อสู้ด้วยศาสตราอาวุธก็เริ่มเข้ามา ความอันตรายของนินจาเริ่มเทียบไม่ได้กับอาวุธที่ฉับไวรวดเร็ว หลังจากนั้นนินจาก็ค่อย ๆ หายไปจากประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในที่สุด